แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พรรคเพื่อไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พรรคเพื่อไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 22, 2554

'ยิ่งลักษณ์'น้ำตาไหลอีก อ้อนอยากเป็นนายกฯหญิง

'ยิ่งลักษณ์'น้ำตาไหลอีก อ้อนอยากเป็นนายกฯหญิง

น้องสาว"ทักษิณ" น้ำตาไหลอ้อนคนพะเยา โผล่ม.ราชภัฏเชียงราย คนฟังนับหมื่น อ้อนขอ 270 เสียงจะได้มีนายกฯหญิงคนแรกประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงาน การปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ณ ลานสวนสุขภาพหลังเทศบาลเมืองพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา มีแกนนำ เช่น นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรค ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายดนุพร ปุณณกันต์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นปราศรัยสนับสนุนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 3 เขต โดยว่าที่ผู้สมัครจังหวัดใกล้เคียง เช่น น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.น่าน นายวาสิต พยัคฆบุตร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา มีตำรวจมารักษาความสงบประมาณ 100 นาย และชาวพะเยาและจังหวัดใกล้เคียงมากว่า 5,000 คน

ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขึ้นเวทีพร้อมกับ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปราศรัยขอคะแนนคนพะเยาแบบยกจังหวัด ให้ได้ส.ส.ทั้ง 3 เขต และขอเป็นนายกฯ หญิงคนแรก ระหว่างนั้นเธอหลั่งน้ำตากลางเวที สะอื้นบอกตระกูลชินวัตรเป็นหนี้ประชาชนทุกคน พร้อมแก้ไขนโยบายที่ล้มเหลวของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อยากให้ประชาชนให้โอกาสคนที่ไม่ใช่นักการเมืองแต่อยากทำงานการเมือง ถ้าคนพะเยาเลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทยยกทีม ก็เหมือนให้โอกาสเข้าไปทำงานในสภาอันทรงเกียรติ ไม่คิดแก้แค้น แต่จะแก้ไขให้ประเทศและคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ได้ชูนโยบายที่ช่วยเหลือเกษตรกรและด้านสังคม เช่น บัตรเครดิตเกษตรกร เพิ่มเงินประกันราคาข้าว การเพิ่มงบประมาณกองทุนหมู่บ้านๆละ 2 ล้านบาท พักหนี้สินคร้วเรือนเป็นระยะเวลา 3 ปี เป็นต้น หลังจากนั้นเดินทางเพื่อไปปราศรัยต่อจ.เชียงราย

เชื่อ"พลเอกชวลิต" ยังไม่ทิ้ง พท.

ผู้สื่อข่าวถามถึง พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตประธานพรรคเพื่อไทย จะไปเป็นที่ปรึกษาพรรคความหวังใหม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ที่ได้ติดต่อเราก็ยังเคารพพลเอกชวลิตอยู่เสมอมา และยังเป็นผู้ใหญ่ที่พรรคให้ความเคารพนับถือ และพลเอกชวลิตก็ยังมีความห่วงใยพรรคเพื่อไทยอยู่ ส่วนพลเอกชวลิตจะกลับมาช่วยพรรคเพื่อไทยหาเสียงหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบเพราะยังไม่ได้คุยรายละเอียด

เวทีหาเสียงเชียงรายคึก คนฟังนับหมื่น

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 16.00 น. พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัย ณ สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมีประชาชนและคนเสื้อแดงที่ให้ความสนใจเดินทางมาร่วมฟังการปราศรัยราว 1 หมื่นคน โดยนายสามารถ แก้วมีชัย ปราศรัยว่าวันที่ 3 ก.ค.เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้ง อำนาจการปกครองประเทศเป็นของพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน มีหนึ่งเสียง หนึ่งกากบาทเท่ากัน ขอให้ช่วยกันสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลเพื่อจะได้เข้าไปทำตามนโยบายที่ให้ไว้


เราขอเอาความสุขกลับคืนมาให้พี่น้องทุกคน ขอให้พี่น้องมาช่วยกันทำให้พรรคเพื่อไทยได้ 270 เสียงขึ้นไป ขอมาช่วยกันกากบาทเบอร์ 1 แล้วท่านจะได้พรรคเพื่อไทย จะได้นายกฯ ผู้หญิงคนแรกของไทย มาบริหารบ้านเมือง มาสานต่อนโยบายไทยรักไทยต่อจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคืนความเป็นธรรมให้กับอดีตนายกฯทักษิณด้วย


ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับการเลือกตั้งในจังหวัดเชียงรายนั้น เขตจะลดลงจากเดิม 8 เขต เหลือ 7 เขต โดยเขตที่หายไปคือเขตของนายสฤษฏ์ อึ้งอภินันท์ ซึ่งพรรคได้ให้นายสฤษฎ์ขึ้นไปสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อแทน ส่วน 7 เขตที่เหลือประกอบด้วยเขต 1 นายสามารถ แก้วมีชัย เขต 2 นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ เขต 3 น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เขต 4 นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ เขต 5 นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เขต 6 นายอิทธิเดช แก้วหลวง และเขต 7 น.ส.ละออง ติยะไพรัช

วันพฤหัสบดี, เมษายน 21, 2554

“จตุพร” แฉแผน “กำจัดเสื้อแดง-ทำลายเพื่อไทย” สู่การยึดอำนาจ..อีกครั้ง



“จตุพร” แฉแผน “กำจัดเสื้อแดง-ทำลายเพื่อไทย” สู่การยึดอำนาจ..อีกครั้ง

การกล่าวปราศรัยของแกนนำของคนเสื้อแดง ในการชุมนุมครบ 1 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุม 10 เมษายนที่ผ่านมาได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพรรคเพื่อไทย รวมทั้งการลาออกจากพรรคเพื่อไทย ของ พล.อ.ชวลิต ยงใยยุทธ ด้วยเหตุผลที่ว่า คนเสื้อแดง และพรรคเพิ่อไทย มีการพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ และโอกาสที่ พรรคเพื่อไทย จะถูกยุบพรรคด้วย วันนี้ (21 เมษายน 2554) รายการ Hot Topic ได้พูดคุยกับ บุคคลที่เรียกได้ว่าเป็นชนวนแห่งวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทยอยู่ในขณะนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ยืนยันว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา เขาไม่ได้พูดพาดพิงและหมิ่นถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นการเตือนนายกรัฐมนตรีที่สั่งการให้ ทหารรักษาพระองค์ และทหารเสือราชินี ออกมาสังหารประชาชนในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน และ 19 – 20 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่าน ซึ่งไม่ได้เป็นการ จวบจ้วงล่วงเกินสถาบันพระมหากษัตริบ์ เพราะทหารสองหน่วยนี้ ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ส่วน สาเหตุที่พล.อ.ชวลิต ลาออกจากพรรคเพื่อไทย ได้พูดคุยกับคนใกล้ชิดของท่านแล้ว ก็น่าเห็นใจ เพราะพล.อ.ชวลิตเป็นคนดี และเป็นคนเก่าแก่ของพรรค แต่โดยส่วนตัวก็อยากจะอธิบายถึงข้อเท็จจริงและความจริงที่เกิดขึ้นให้ท่านทราบ

ในส่วนของคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย ก็เป็นอิสระ และแยกต่อกัน เพราะพรรคเพื่อไทย มีนโยบายเพื่อที่จะบริหารประเทศ แต่เพียงเรามีจุดยืนที่เหมือนกันเท่านั้น คือ การต่อสู้และเดินหน้าเพื่อประชาธิปไตย และเรียกร้องถึงความยุติธรรม ความเสมอภาคต่อไป แต่หากพรรคมีโอกาสที่จะถูกยุบ คนเสื้อแดงก็จะเดินหน้าต่อไป ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะคนที่อยู่พรรคเพื่อไทย จะต้องเตรียมพร้อมการถูกยุบพรรคตลอดเวลา

ที่มา: Produced by VoiceTV
21 เมษายน 2554 เวลา 20:02 น.

วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 03, 2553

พรรคเพื่อไทย แถลงเปิดคลิปนอกสภาสลายชุมนุม 19 พ.ค.ต่อหน้าสื่อมวชนทั้งไทยและเทศและต่อหน้าญาติผู้เสียชีวิต



พรรคเพื่อไทย แถลงเปิดคลิปเหตุการณ์สลายการชุมนุมวันที่ 19
พ.ค.ต่อหน้าสื่อมวลชนทั้งไทยและเทศ รวมทั้งต่อหน้าญาติผู้เสียชีวิต

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อแผ่นดินบางคน แสดงสิทธิลงคะแนนไม่ไว้วางใจ และงดออกเสียงให้รัฐมนตรีฝั่งรัฐบาลที่ถูอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาในครั้งนี้ของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ทางพรรคเพื่อไทยจึงขอให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย , นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ มีความสำนึกทางการเมืองว่า ในวันนี้ขาดความชอบธรรมแล้ว และควรลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง เพื่อเป็นบรรทัดฐานทางการเมืองให้กับคนรุ่นหลังต่อไป

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ตนทราบข่าวมาว่าขณะนี้มีการประชุมลับระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัต ย์ เพราะมีผู้มีอิทธิพลนอกสภาของพรรคภูมิใจไทย กำลังบีบให้พรรคประชาธิปัตย์เลือกระหว่างพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อแผ่น ดิน ซึ่งต้องดูกันต่อไปว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเห็นแก่ผลประโยชน์ทางการเมืองและ พวกพ้องของตน มากกว่าประเทศชาติหรือไม่

ด้านกลุ่มญาติของผู้เสีย ชีวิตทั้ง 36 คนได้เข้ายื่นหนังสือต่อพรรคเพื่อไทย กรณีรู้สึกไม่เป็นธรรม เพราะวันนี้ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว แต่รัฐบาลยังคงสามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ จึงทำให้บรรดาญาติผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล ทั้งเรื่องคดีความตามสืบหาข้อเท็จจริง เพราะจนถึงบัดนี้ยังไม่มีความรับผิด ชอบทางการเมืองใดๆ รวมทั้งที่ผ่านมามีผู้ชุมนุมบางคนถูกจับกุม กักขัง และญาติพี่น้องก็ถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และหน่วยงานความมั่นคง จึงเดินทางมาขอความเป็นธรรมให้ทางพรรคเพื่อไทยเป็นตัวแทน ช่วยติดตามตรวจสอบหาข้อเท็จจริงจากการกระทำของรัฐบาล และกองทัพ

หลังจากนั้นนายพร้อมพงศ์ และทีมโฆษก พรรคเพื่อไทย ก็ได้ทำการเปิดคลิปเหตุการณ์การสลายชุมนุมในวันที่ 19 พ.ค. 53 พร้อมทั้งนำพยานในที่เกิดเหตุคือนายวศันต์ สายรัศมี และน.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา อาสาสมัครหน่วยพยาบาลมาร่วมอธิบายคลิปวีดิโอและภาพนิ่งแต่ละภาพโดยละเอียด ซึ่งในระหว่างที่กำลังอธิบายนั้น ได้มีสื่อบางสำนักที่มีข้อมูล ทำการโต้แย้งเรื่องข้อเท็จจริงของรูปภาพ และในที่สุดจึงได้ข้อสรุปเป็นที่แน่ชัดว่า ภาพที่เห็นชายผูกผ้าพันคอสีเขียวถูกยิง นอนกางแขนอยู่บนฟุตบาท และอีกภาพมีกลุ่มผู้ชมุนุมผู้ชายประมาณ 4-5 คน เข้าไปช่วย และอีกภาพคือ ผู้ที่เข้าไปช่วย ถูกยิงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน โดยทางการ์ดนปช.ผู้ที่เข้าช่วยเหลือพยายามนำศพออกมาด้วยความทุลักทุเล แต่นำออกมาได้เพียง 2 ศพ จากทั้งหมด 4 ศพ แต่เมื่อกลับไปดูที่เกิดเหตุ พบว่าศพที่เหลืออีก 2 ศพได้หายไปแล้ว โดยผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างยืนยันว่า ทหารเป็นคนนำศพออกไป และคาดว่าจะมีอีกหลายศพที่หายไปอย่างเช่นกรณีนี้

พร้อมกันนี้ นายวศันต์ กล่าวยืนยันว่า เวลาประมาณ 18.00 น.เศษ ซึ่งขณะนั้นยังสามารถเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่หนีเข้าวัดปทุมฯ ก่อนที่ไฟจะไหม้โรงหนังสยาม และอาคารต่างๆ และมีคลิปของช่างภาพอิสระที่ถ่ายภาพอยู่บนยอดตึกของโรงพยาบาลตำรวจยืน ยัน ว่ามีทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าBTSจริง และนำปืนที่เป็นอาวุธสงครามเล็งเข้าไปในวัดปทุมฯ โดยปืนนี้เป็นปืนความเร็วสูงเสียงปืนในคลิปจึงยังไม่ดังมาก แต่คนในวัดปทุมยืนยันได้แน่นอน เพราะเสียงปืนที่ยิงเข้าวัดตลอดเวลานั้น ดังจนทำให้แก้วหูคนแตกได้

ส่วนการที่ทางรัฐบาลยืนยันว่าภาพทหารบน รางBTSนั้น เป็นของวันที่ 20 พ.ค. 53 นายวศันต์ ยืนยันว่าวันที่ 20 พ.ค. 53 มีเจ้าหน้าที่ทหารเดินตรวจบนรางBTSจริง แต่ไม่ได้เล็งปืนและยิงเข้าไปในวัดปทุมเหมือนวันที่ 19 พ.ค. 53 และคลิปที่เปิดในวันนี้สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอนว่า ในคลิปมีควันไฟจากการที่ไฟไหม้ตึกในละแวกนั้นจริง ตรงกับที่ทางนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.เพื่อไทย จ.แพร่ พยายามนำมาเปิดในระหว่างการอภิปรายฯ

ด้าน นายวรวัจน์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตุว่า ถ้าในขณะเกิดเหตุมีกองกำลังทหารพยายามนำผู้บาดเจ็บที่แต่งตัวคล้ายทหารขึ้น รถหุ้มเกราะ เพื่อไปส่งที่โรงพยาบาลจริงอย่างในบางคลิป เหตุใดจริงปล่อยให้มีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ในวัดปทุมฯนอน รอความตาย โดยที่ไม่ทำการช่วยเหลือ และทหารที่เข้าสลายการชุมนุมครั้งนี้มีหน้าที่เก็บศพผู้เสียชีวิตด้วยหรือ เพราะขณะนี้มีข้อมูลการรับแจ้งคนหายจากทางมูลนิธิกระจกเงาแล้วกว่า 45 คน รวมทั้งที่พรรคเพื่อไทยอีก 13 คน วันนี้ทางรัฐบาลจึงควรเลิกใช้สื่อและหน่วยงานของรัฐเป็นเครื่องมือในการโกหก ประชาชน

Anchalee_l
Voice TV Reporter
2 มิถุนายน 2553 เวลา 19:54 น.