วันอังคาร, ตุลาคม 26, 2553

สังหารหมู่ 91 ศพในไทย ถึงอัยการ ศาลอาญาโลก โรเบิร์ตส่งสำนวน ฟ้อง 'มาร์ค-ศอฉ.'

สำนักกฎหมายอัมสเตอร์ดัม ส่งคำร้องเบื้องต้นคดีสังหารหมู่ 91 ศพในไทยถึงอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศแล้ว เป็นคดีที่นปช.ยื่นฟ้องนายกฯ มาร์ค-ศอฉ.สลายการชุมนุมเสื้อแดงจนมีคนตาย 91 เจ็บอีกเกือบ 2 พันคน

ระบุในรายงานมีคำให้การของพยานจำนวนมากถึงเหตุการณ์ที่โดนยิงบาดเจ็บเสีย ชีวิต ภาพเหตุการณ์ฆ่าหมู่ 6 ศพวัดปทุมฯ ฆ่านักข่าวอิตาลี ชี้คดีเข้าข่ายอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ เตรียมส่งรายงานเพิ่มในอีก 8 สัปดาห์

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. สำนักกฎหมายอัมสเตอร์ ดัมแอนด์พีรอฟฟ์ โดยนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ได้ส่งคำร้องเบื้องต้น ซึ่งเป็นคำร้องที่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ยื่นต่ออัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศ ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

เพื่อแจ้งให้อัยการทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย อันเป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเม.ย.และพ.ค.2553 เพื่อพิจารณาที่จะดำเนินการสอบสวนต่อไป

สำหรับรายงานเบื้องต้นที่ สำนักกฎหมายอัมสเตอร์ดัมแอนด์พีรอฟฟ์ส่งถึงอัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีที่นปช.ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และศอฉ.รวม 14 คน ในคดีสังหาร 91 ศพเหตุการณ์สลายม็อบแดงในเมืองไทยนั้น มีความหนา 53 หน้า เริ่มตั้งแต่ความเป็นมาของคดีการสังหาร 91 ศพและมี ผู้บาดเจ็บอีกเกือบ 2 พันราย

รวมทั้งข้อเท็จจริงเหตุการณ์นำไปสู่การรัฐประหาร ปี 2549 การสังหารหมู่เมื่อปี 2552 ครั้งที่คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และปิดล้อมการประชุมผู้นำสุดยอดประเทศ อาเซียนที่พัทยาเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2553 และรัฐบาลสั่งทหารเข้าสลายการชุมนุมในกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 เม.ย.2552

ในรายงานดังกล่าวมีรายละเอียดเหตุการณ์สังหารหมู่ปี 2553 มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ บาดเจ็บเกือบ 2 พันราย เริ่มต้นตั้งแต่กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้นายกฯ อภิสิทธิ์ ลาออกจากตำแหน่งและยุบสภา กระทั่งเกิดเหตุการสลายการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัวและถนนดินสอ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 มีคนเสื้อแดงเสียชีวิต 17 ศพ บาดเจ็บ 600 ราย และการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์เมื่อวันที่ 17-19 พ.ค. 2553

โดยมีเอกสารหลักฐานคำให้การของพยานจำนวนมากที่ระบุว่ามีการใช้กำลังทหารและ ใช้อาวุธจริงและกระสุนจริงในการสลายม็อบแดง ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักสากลจนเป็นเหตุให้มี ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ในรายงานมีคำให้การของพยานหลายราย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม โดยพยานปากที่ 18 ซึ่งเป็นคนเสื้อแดงระบุว่าโดนยิงเข้าที่ข้อเท้าขวาจนกระจุย ขณะหลบอยู่ในสวนลุมพินี เมื่อวันที่ 14 พ.ค. พยานปาก ที่ 19 ระบุว่าโดนยิงเข้าที่หัวไหล่ซ้ายจนต้องกระโดดหนีลงน้ำในสวนลุมพินี พอขึ้นจากน้ำก็โดนยิงซ้ำที่น่องซ้าย ก่อนถูกจับส่งตัวไปขังในเรือนจำในที่สุด

พยานปากที่ 20 ระบุว่า ได้ยิงธนูใส่ทหาร แต่โดนทหารยิงตอบโต้ด้วยกระสุนปืนจริง ที่บริเวณซอยงามดูพลี โดยพยานรายนี้ระบุด้วยว่าเห็นประชาชนถูกยิงเสียชีวิต 6 ราย ในจำนวนนี้เป็นแม่ค้าอายุ 50 ปี ชายหนุ่มอายุ 30 ปี และมีชายคนหนึ่งถูกยิงตายขณะใช้กล้องโทรศัพท์มือถือบันทึกภาพเหตุการณ์อยู่

คำ ให้การของพยานปากที่ 6 และพยานปากที่ 9 ระบุถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ 6 ศพในวัดปทุมวนาราม ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน เป็นเหตุให้น.ส.กมนเกด อัคฮาด นายมงคล เข็มทอง และนายอัครเดช แก้วขัน ซึ่งเป็นอาสาพยาบาลถูกยิงเสียชีวิตขณะกำลังช่วยเหลือผู้ชุมนุมที่ได้รับบาด เจ็บ

ในรายงานยังมีรายละเอียดเหตุการณ์พล.ต. ขัตยะ สติวัสดิผล หรือเสธ.แดง ถูกสไนเปอร์ยิงเสียชีวิตขณะยืนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 13 พ.ค.2553 ที่บริเวณสวนลุมพินี

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานภาพถ่าย เป็นภาพถ่ายเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงทั้งในวันที่ 10 เม.ย.2553 ที่สี่แยกคอกวัวและถนนดินสอ และการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ในเดือน พ.ค.2553 รวมทั้งภาพถ่ายศพ "น้องเกด"กมนเกด อัคฮาด อาสาพยาบาลที่โดนยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนารามพร้อมเพื่อน 6 ศพ

ภาพชายในเครื่องแบบถือปืนยาวอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสเล็งไปที่วัดปทุมวนาราม ภาพถ่ายเหตุการณ์นายฟาบิโอ โปเลงกี นักข่าวชาวอิตาลีถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 พ.ค. โดยในภาพมีชายคนหนึ่งเข้าไปหยิบกล้องถ่ายรูปจากศพนายฟาบิโอ หลบหนีไป

ในรายงานระบุว่า องค์กรสิทธิมนุษยชนหลักได้รวบรวมเอกสารที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับการสลายการ ชุมนุมในวันที่ 14 พ.ค. โดยในช่วงนั้น ฮิวแมน ไรต์ วอตช์ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกเขตกระสุนจริง และตำหนิรัฐบาลไทยไม่ปฏิบัติตามหลักพื้นฐานของการใช้กำลังตามกฎหมายสหประชาชาติ

รายงานของสำนักกฎหมายอัมสเตอร์ดัมแอนด์พีรอฟฟ์ยังระบุถึงเขต อำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศไว้ว่า การรับพิจารณาคดีตามบทบัญญัติมาตรา 17 ในข้อบัญญัติแห่งกรุงโรม ระบุว่าการตัดสินรับพิจารณาคดีจะต้องมีองค์ประกอบ 2 ประการครบถ้วน

1.ต้องมีการพิจารณาว่าระบบตุลาการในประเทศดังกล่าวนั้น หยุดนิ่ง หรือ ไม่เต็มใจ หรือไร้ประสิทธิภาพในการดำเนินคดี นี่คือประเด็นของหลักการที่ศาลอาญาระหว่างประเทศมีอำนาจพิจารณา เมื่อรัฐล้มเหลวที่จะกระทำการดังกล่าว

2.ข้อกำหนดเรื่องความร้ายแรงแห่งคดี ตามบทบัญญัติมาตรา 17 (1)(d) ในข้อบัญญัติแห่งกรุงโรม การคัดเลือกนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของความร้ายแรง และเป็นการจำกัดโดยตรงของเขตศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยต้องเป็นอาชญากรรมอันร้ายแรงที่ประชาคมโลกเป็นกังวลเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้สภาพิจารณารับคดีระบุว่าจะต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบ 4 ประการ

1.การกระทำที่เป็นประเด็นหลักของคดีจะต้องเป็นการกระทำที่เป็นระบบ (รูปแบบของเหตุการณ์) หรือเป็นการกระทำที่ใหญ่โต

2.ลักษณะของการกระทำที่ผิดกฎหมายของอาชญากรรม (การเกิดของอาชญากรรม)

3.ลักษณะของการกระทำ

และ 4.ผลกระทบจากอาชญากรรมที่เหยื่อและครอบครัวได้รับ ในกรณีนี้ ตัวแทนเหยื่อจะเป็นบุคคลสำคัญต่อการ พิจารณาของสภา

รายงาน ยังระบุถึงองค์ประกอบพื้นฐานของอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ว่า อาชญากรรมต่อมนุษยชาติถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 7(1) ของบทบัญญัติศาลอาญาระหว่างประเทศ และยังมีคำอธิบายเกี่ยวกับอาชญากรรมต่อมนุษยชาติเพิ่มเติมในเอกสารสำคัญอื่น ต้องประกอบด้วย

1.การทำร้ายจะต้องเป็นการกระทำโดยตรงต่อพลเรือน
2.เป็นการกระทำโดยนโยบายรัฐหรือองค์กร
3.ความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำส่วนบุคคลและการทำร้าย
และ 4. อย่างน้อยที่สุด ผู้กระทำจะต้องสามารถรับรู้หรือมีเจตนาเข้าใจว่าการกระทำดังกล่าวคือการทำ ร้ายอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ

รายงานยังมีบทสรุปมีใจความว่า เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ไม่มีทางที่จะจัดให้มีการสอบสวนที่เป็น ธรรมและสมบูรณ์ โดยเฉพาะรัฐบาลไม่มีทางที่จะผ่อนปรนอำนาจทางการเมืองของตนเอง นายกอภิสิทธิ์ละเลยหน้าที่ในการจัดให้มีการสอบสวนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

แม้ว่าประเทศไทยมีพันธกรณีภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเรือน และสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่จะต้องดำเนินการสอบสวนที่เป็นอิสระก็ตาม แต่การสอบสวนที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลห่างไกลจากความเป็นธรรมยิ่งนัก


จาก เหตุผลทั้งหมดผู้ร้องเชื่อว่าอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเข้าข่ายบทบัญญัติศาลอาญา ระหว่างประเทศ ดังนั้น จึงร้องขอให้อัยการตั้งข้อสังเกตต่อรายงานการสอบสวนเบื้องต้นต่อสถานการณ์ใน ประเทศไทย เพื่อที่พิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะทำการสอบสวนและดำเนินคดีในนามของศาล อาญาระหว่างประเทศในอนาคต โดย ผู้ร้องจะยื่นรายงานความคืบหน้าของเหตุการณ์ต่ออัยการอีกภายใน 8 สัปดาห์


Ref: ข่าวสดรายวัน (update: วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7271)

----------------------------------------------

จาก อัลบั้ม ข่าวสดออนไลน์

ฆ่ากันเอง!?

การที่คนเสื้อแดงเข้ายื่นหนังสือถึง นายบัน คีมุน เลขาฯยูเอ็นที่เดินทางมาเยือนเมืองไทย เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบการเสียชีวิต 91 ศพจากการสลายม็อบแดงเมื่อเดือนเม.ย.และพ.ค.ที่ผ่านมา

โดนขัดขวางมาตลอดจากรัฐบาล

พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาว่าเป็นเกมดิสเครดิตรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย

ศอฉ.ประกาศกร้าว ห้ามไม่ให้คนเสื้อแดงมีการชุมนุมในช่วงที่เลขาฯยูเอ็นมาเมืองไทยเด็ดขาด

โดยเฉพาะผบ.ทบ.ถึงกับบอกว่า ปล่อยให้เสื้อแดงรวมตัวชุมนุมไม่ได้ เพราะอายแขกบ้านแขกเมือง อยากให้เห็นแก่หน้าตาของบ้านเมืองบ้าง

ว่ากันจริงๆ การยื่นหนังสือร้องเรียนถึง นายบัน คีมุน ของญาติพี่น้อง 91 ศพเป็นสิทธิที่พึงกระทำได้ เป็นสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน

ในเมื่อคนเสื้อแดงเห็นว่าการทวงความยุติธรรม 91 ศพไม่มีความคืบหน้าเลยในกระบวนการสอบสวนของไทย

ไม่คืบหน้าเลยเมื่อคดีอยู่ในมือของดีเอสไอ

ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพึ่งกระบวนการในระดับนานาชาติ

ฉะนั้นไม่อยากให้มองว่าเป็นการประจานประเทศไทย

ไม่ควรไปอับอายขายหน้ากับการทวงความยุติธรรม

เพราะจริงๆ แล้ว การสลายม็อบ การสังหารหมู่เกือบร้อยศพ

เป็นเรื่องที่น่าอับอายมากกว่าเยอะ !?

วันก่อน นายชวน หลีกภัย ขึ้นปราศรัยช่วย "เทพเทือก" หาเสียงที่สุราษฎร์ธานี

นายชวนกล่าวตอนหนึ่งพาดพิงถึงเหตุการณ์สลายม็อบแดงจนมีผู้เสียชีวิต 91 ศพ

"บ้านเมืองจำเป็นต้องมีรัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหา แต่คนกลุ่มหนึ่งมีเป้าหมายเผาบ้านเผาเมืองทำลายบ้านเอง ตั้งแต่นายกฯอภิสิทธิ์เข้ามารับตำแหน่งก็มีการพูดว่ารัฐบาลอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน 5 เดือน เพื่อทำลาย หวังให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้จนกระทั่งมีปัญหา จึงบอกนายอภิสิทธิ์ อย่าลาออกเมื่อมีปัญหาก็ต้องแก้จะหมดกำลังใจไม่ได้ ที่มีคนตายเพราะพวกเขาฆ่ากันเอง"

ความจริงแนวคิดแบบนี้ได้ยินบ่อยๆ จากปากเทพไท หรือพวกทีมโฆษกประชาธิปัตย์

ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากอดีตนายกฯชวน ซึ่งเป็นนักกฎหมายที่คร่ำหวอด

เมื่อพูดออกมาแบบนี้ก็ยิ่งตอกย้ำแนวคิดของประชาธิปัตย์ และรัฐบาลที่ต้องการปัดความรับผิดชอบ

กลุ่มคนเสื้อแดงก็เดือดปุดๆ ออกมาเรียงหน้าฉะนายหัวชวน

เรียกร้องให้นำหลักฐานออกมายืนยันว่าเสื้อแดงฆ่ากันเอง

โดยเฉพาะญาติ "น้องเกด" อาสาพยาบาล 1 ใน 6 ศพถูกสังหารหมู่ในวัดปทุมวนาราม ถึงกลับออกมาประณามว่าเป็นการป้ายสีคนตาย

จี้ให้นายกฯมาร์คยุบคณะกรรมการปรองดองไปเลย

ตั้งไปก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว

รัฐบาลประกาศปาวๆ ว่าอยากจะปรองดอง อยากให้บ้านเมืองกลับมาสงบ

แต่ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาจุดประเด็นว่าเสื้อแดงฆ่ากันเอง

แบบนี้เห็นทีจะปรองดองกันยาก!!


Ref: ข่าวสดรายวันหน้า 6 คอลัมน์ เหล็กใน
(update: วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7272)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น