วันศุกร์, กันยายน 03, 2553

คณิตแฉรบ.ไม่ร่วมมือ "91ศพ"ช้า รายชื่อคนตาย ก็ยังไม่มีข้อมูล เทือกตอบกระทู้ โต้เจ้าหน้าที่ฆ่า อ้างไร้พยานยัน

ข่าวสดรายวัน หน้า 1 วันที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7219


คณิตแฉรบ.ไม่ร่วมมือ "91ศพ"ช้า

รายชื่อคนตาย ก็ยังไม่มีข้อมูล เทือกตอบกระทู้ โต้เจ้าหน้าที่ฆ่า อ้างไร้พยานยัน


จาก อัลบั้ม นสพ.ข่าวสดรายวัน
เครียด - นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ นั่งฟังส.ส.พรรคฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามความคืบหน้าการสอบสวนคดี 91 ศพเหตุการณ์สลายม็อบแดง และการแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทยอย่างไม่เป็นธรรม ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 2 ก.ย.

กระทู้จี้ "มาร์ค" แจงผลชันสูตร 91 ศพ ชี้ทำเหมือนคดี วิสามัญฆาตกรรม ต้องให้อัยการ หมอ ฝ่ายปกครอง ร่วมพลิกศพด้วย "เทือก" โต้ อ้างไม่รู้ใครทำให้ตาย ไม่มีหลักฐานชี้เป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ ขณะเกิดเหตุชุลมุน "คณิต" เผยผลสอบ 91 ศพล่าช้า รัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือ ขนาดรายชื่อคนตายก็ยังไม่มี "จตุพร" แฉเหตุบึ้มคิงเพาเวอร์-เอ็นบีที หวังกลบข่าวย้ายตร. ยืด พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไม่ให้มีเลือกตั้ง เชื่อมีระเบิดอีก ขณะที่ "ประวิตร" ย้ำไม่มีล้มเลือกตั้ง ปฏิวัติก็ด้วย พท.แถลงการณ์ เสนอรัฐบาล 5 ข้อลดขัดแย้ง "ปลอดประสพ" ระบุเป็นการทอดสันถวไมตรี และยื่นคำขาด ถ้าไม่เอาก็ตัวใครตัวมัน ด้านสันติบาลจับตากิจกรรม 19 กันยาฯ ผูกผ้าแดงสี่แยกราชประสงค์ วางดอกไม้หน้าคุกที่ขังเสื้อแดง เดินสายเปิดเวทีทั่วเชียงใหม่

-กระทู้ถามจี้ผลชันสูตร91ศพ

เมื่อ วันที่ 2 ก.ย. ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณากระทู้ถามสดเรื่องการชันสูตรพลิกศพของ พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดย พล.ต.อ.วิรุฬ กล่าวว่า การสลายการชุมนุมของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยใช้กำลังทหาร ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 91 ศพ เสมือนเป็นการวิสามัญฆาตกรรม และกฎหมายวิธีการพิจารณาอาญา มาตรา 150 กำหนดให้เจ้าพนักงานสอบสวนพื้นที่ร่วมกับพนักงานอัยการ แพทย์นิติเวช พนักงานฝ่ายปกครองร่วมกันชันสูตรพลิกศพ ถามว่าการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ถึงวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้แจ้งให้ผู้เสียหาย ญาติผู้ตาย ผู้สืบสันดานให้ทราบหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายและพยานในบางราย ยื่นคำร้องว่ามีเจ้าหน้าที่ของทหารใช้อาวุธปืนยิง เป็นเหตุให้ญาติถึงแก่ความตาย ตรงนี้ทราบหรือไม่

-"เทือก"แจง-อ้างไม่รู้ฝีมือใคร

นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ. ชี้แจงแทนนายกฯ ว่า การกล่าวหาว่าการปฏิบัติหน้าที่ของศอฉ. เป็นวิสามัญฆาตกรรมนั้น เป็นความคิดที่คลาดเคลื่อน เพราะการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมาย ซึ่งตามกฎหมายการชันสูตรพลิกศพ ต้องเป็นการตายที่ไม่ทราบสาเหตุ แต่กรณีนี้เป็นกรณีมีผู้หนึ่งทำให้ตาย ตามกฎหมายกำหนดให้เพียงพนักงานสอบสวนในพื้นที่ร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพ เท่านั้น และช่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุชุลมุนวุ่นวาย พยานแต่ละคนไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นคนทำให้บุคคลเหล่านี้ตาย และไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่

รองนายกฯ กล่าวต่อว่า คนที่เสียชีวิตในช่วงเดือนเม.ย-พ.ค.นั้น มีทั้งหมด 89 คน เป็นพลเรือน 78 คน ทหาร 9 นาย ตำรวจ 2 นาย และมีผู้เสียชีวิตที่ จ.อุดรธานี อีก 2 ราย ส่วนที่เสียชีวิตในกทม. จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนทำให้เสียชีวิต กรณีทั้งหมดนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยบช.น.ชันสูตรพลิกศพครบทุกคน และรายงานให้กรมสอบ สวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม สอบสวนต่อ เมื่อดีเอสไอได้รับรายงานทั้งหมดแล้ว ได้แต่งตั้งทีมงานขึ้นมาเฉพาะ 12 ชุด เพื่อไปสอบสวนรายละเอียดการเสียชีวิตทั้งหมด ดีเอสไอยืนยันว่าสามารถดำเนินการให้เสร็จภายใน 45 วัน ส่วนที่กล่าวหาว่าเสียชีวิตเพราะเจ้าหน้าที่นั้น เป็นเพราะคิดเอาเอง ไม่มีพยานหลักฐานสรุปได้ว่าใครทำให้เสียชีวิต

-"ตู่"แฉเหตุบึ้มกลบข่าวย้ายตร.

ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า มองว่าเหตุการณ์ยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เอ็นบีที เพื่อปั้นข่าวเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชน เพราะตั้งแต่ยิงเอ็ม 79 ที่ซองรางน้ำ ก็มีเป้าประสงค์แค่ป้อมยาม ไม่ใช่อาคารคิงเพาเวอร์ ยิงเอ็นบีทีก็แค่ลานจอดรถ ฉะนั้น เป็นเจตนาเอาข่าวนี้มากลบการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ

นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนที่นายสุเทพ ระบุว่าคนที่ยิงเอ็ม 79 ใส่เอ็นบีที เป็นกลุ่มเดียวกับที่ยิงใส่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นั้น ขอถามว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่ยิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ หรือไม่ และมีใครบ้าง ยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่ทำแน่นอน เพราะไม่ได้ประโยชน์ นายสุเทพต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัด มากกว่าจะมาคอยไล่ปิดสื่อเสื้อแดง และไม่แน่ใจว่าเอ็นบีทีจะเป็นที่สุดท้าย อาจมีอีก

ผู้สื่อข่าวถาม ว่ารายงานของศอฉ.สวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) รายงานความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลชุดนี้ ถึงการไม่ยอมรับเรื่องการใช้ความรุนแรง การดำรงอยู่ในฐานะนายกฯ ดังนั้น ระเบิดนี้จึงเป็นระเบิดสวนกระแส เพื่อให้เห็นว่าบ้านเมืองยังไม่มีความสงบ จึงยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ และปิดศอฉ.ไม่ได้ เพราะถ้าปิดศอฉ.วันไหน สิ่งที่ศอฉ.ซุกไว้ใต้พรมจะส่งกลิ่นออกมา

-ยืดพ.ร.ก.ไม่ให้มีเลือกตั้ง

"ชัดเจน ว่าระเบิดที่ซอยรางน้ำเพื่อหวังผลเลือกตั้งส.ก. และส.ข. ระเบิดที่เอ็นบีทีเพื่อประโยชน์ต่อหรือไม่ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชัดเจนว่ามีการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเป็นประเด็นนำพาสู่ขบวนการล้มการเลือกตั้งในอนาคต ดังนั้น สิ่งที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่าจะมีการวางระเบิดก็เป็นไปได้สูง และทั้งหมดจะนำพาไปสู่การล้มการเลือกตั้ง" นายจตุพร กล่าว

ต่อข้อถาม ว่าแสดงว่าเป็นกลุ่มที่ทำงานให้นักการเมืองและก่อเหตุ เกี่ยวข้องกับรัฐบาลใช่หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ในส่วนรัฐบาล ซึ่งฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายข่าวกรอง ควรไปตรวจสอบ เพราะมีการปฏิบัติเช่นนี้มาหลายที่ เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ระบุว่ากลุ่มคนที่ก่อเหตุ เป็นกลุ่มเดียวกับคนที่ไม่ต้องการให้เกิดการเลือกตั้ง นายจตุพร กล่าวว่า เป็นกลุ่มคนที่สมคบกับรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ การที่ยิงเอ็ม 79 เข้าใส่เอ็นบีทีตอนกลางวัน ถ้าไม่มีฤทธิ์เดชจริง คงทำไม่ได้ และเมื่อถามย้ำว่า เพราะอะไรคนกลุ่มนี้ถึงไม่อยากให้เลือกตั้ง นายจตุพร กล่าวว่า เขาสำรวจทั้งประเทศมาแล้วหลายครั้ง พบว่าพรรคเพื่อไทยได้เสียงมาอันดับหนึ่ง เกินครึ่งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

-"เทพไท"โต้แขวะตู่มีญาณวิเศษ

ขณะที่ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงฝ่ายค้านและแกนนำเสื้อแดงอ้างว่า เหตุระเบิดเป็นฝีมือของคนในรัฐบาลว่า ไม่มีเหตุผลใดที่รัฐบาลต้องสร้างสถานการณ์ เพื่อให้ตัวเองเสื่อมความเชื่อถือ เสียเครดิต และเป็นหน้าที่รัฐบาลด้วยซ้ำ ที่ต้องดูแลไม่ให้ปัญหาความรุนแรงเกิดขึ้น การที่วิเคราะห์ว่าหวังผลเพื่อยืดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้น ไม่เป็นความจริง รัฐบาลประกาศอยู่แล้วว่าเมื่อสถานการณ์ยังไม่สงบ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังต้องใช้อยู่ การเลือกตั้งจะยืดเวลาออกไปหรือไม่ อยู่ที่สถานการณ์ หรือความพร้อมทางการเมือง

นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนที่บอกว่าเพื่อกลบข่าวการโยกย้ายตำรวจ ขอเรียนว่าการโยกย้ายครั้งนี้ ไม่มีประเด็นใดต้องสร้างสถานการณ์ เพราะการแต่งตั้งยึดหลักอาวุโส และธรรมาภิบาลทุกอย่าง ได้รับเสียงวิจารณ์น้อยมาก ที่น่าสนใจคือนายจตุพรบอกว่าการยิงระเบิดเอ็ม 79 ที่เอ็นบีที ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย อยากถามนายจตุพร มีญาณวิเศษใด หรือล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคตได้อย่างไร หรือนายจตุพรได้ล่วงรู้ หรือร่วมขบวนการกับคนเหล่านี้ใช่หรือไม่ มิฉะนั้นจะออกมาพูดดักหน้าเช่นนี้ได้อย่างไร

-"ประวิตร"แจงทหารล้มเลือกตั้ง

ที่ กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุระเบิด ที่กล่าวหาว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่เพื่อขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เพราะอยากจะเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่ และทุกคนคงอยากเลิก หากสถานการณ์นิ่ง และเห็นชัดเจนว่าประชาชนปลอดภัยก็สามารถยกเลิกได้เลย

ต่อข้อถามว่า อาวุธสงครามยังเล็ดลอดออกมาจากสถานที่ต่างๆ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใช่ และอาวุธทางราชการที่สูญหาย ก็ยังไม่ได้คืนมา แต่รัฐบาลพยายามดำเนินการให้ผู้ที่ครอบครองอาวุธนำมาคืน โดยไม่ผิดกฎหมาย หลังจากรัฐบาลออกคำสั่งให้นำอาวุธมาคืน แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครนำมาคืน เราจำเป็นต้องออกพ.ร.บ. แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ และเมื่อถามถึงกระแสข่าวการรวมตัวของทหาร เพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่มี เรื่องการปฏิวัติก็ไม่มี ทหารอยากอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ส่วนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นหรือไม่ เป็นไปตามขั้นตอน ต้องถามนายกฯ และรัฐบาล

-พท.เสนอ 5 ข้อลดขัดแย้ง

ที่ พรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งว่า ได้ประชุมหารือร่วมกับผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย เพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จนออกมาเป็นแถลงการณ์ของพรรคว่าจากโศกนาฏกรรมเมื่อวันที่ 10 เม.ย. และ 19 พ.ค.2553 ก่อให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก จากปัญหาทั้งหมดพรรคขอเสนอจุดยืน และข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล 5 ข้อ คือ 1.พรรคเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องพูดจาหารือแลกเปลี่ยนความคิด และความเชื่อระหว่างกลุ่มที่มีความขัดแย้งกันอย่างสันติวิธี 2.พรรคเชื่อว่าความสงบ สามัคคี และความเป็นชาติจะกลับคืนมาได้โดยทุกฝ่ายต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน และตกลงว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เสมอภาคและมีความยุติธรรม โดยอาจพัฒนาจากคำพูดไปเป็นขั้นตอนทางกฎหมาย

นายปลอดประสพกล่าวว่า 3.พรรคขอเชิญชวนให้ทุกหมู่เหล่าหลีกเลี่ยง และละเว้นการใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจากวาจา การกระทำ หรือการใช้กฎหมายที่เกินความเหมาะสม 4.พรรคขอน้อมถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และให้ปวงชนทุกหมู่เหล่าเทิดทูนถวายพระเกียรติ และ 5.พรรคหวังและเชื่อว่าจุดยืนและสัจวาจาของเราครั้งนี้จะช่วยให้รัฐบาลและผู้ มีส่วนรับผิดชอบต่อความสงบได้คลายวิตก และเริ่มกระบวนการสมานฉันท์ได้ทันที โดยไม่ต้องรอการศึกษาใดๆ ให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์อีก

-รัฐบาลไม่สนก็ตัวใครตัวมัน


"แถลงการณ์ ฉบับนี้ถือว่าเป็นทั้งการทอดสันถวไมตรี และยื่นคำขาดไปในตัวด้วย การที่เราเสนอแนะเช่นนี้ไม่ได้เป็นเกมการเมือง แต่เพราะมีหลายฝ่ายขอร้อง แล้วเราเห็นถึงความขัดแย้งที่มีมากขึ้น แต่หากข้อเสนอนี้ไม่ได้รับการตอบรับจากคนในรัฐบาลต้องบอกว่าตัวใครตัวมัน เพราะเรียมก็เหลือทนแล้วเหมือนกัน" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว

ผู้ สื่อข่าวถามว่าการหารือระหว่างผู้ขัดแย้งควรเป็นการหารือระหว่างใคร เพราะมองกันว่าคู่ขัดแย้งจริงๆ คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นายปลอดประสพกล่าวว่า ต้องคุยกันทุกระดับ ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง รัฐบาล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ทหาร ส่วนคู่ขัดแย้งอื่นคงเป็นไปตามลำดับขั้น และมารยาททางการเมือง ทุกฝ่ายก็ควรเห็นประเทศชาติเป็นหลัก

-โฆษก 2 ฝ่ายต้องหยุดยั่วยุ

ต่อ ข้อถามว่าการหลีกเลี่ยงการทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเพราะคำพูด จะส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนทีมโฆษกหรือไม่ นายปลอดประสพกล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น แต่ต้องทำความเข้าใจกันในพรรค ให้ลดระดับการพูดจาที่รุนแรง อันส่งผลให้เกิดความแตกแยกมากขึ้นได้ หากจะพูดจาอะไรต้องมีหลักฐานชัดเจนมากขึ้น ต้องพยายามปรับไปเรื่อยๆ และคาดหวังกับทุกฝ่ายด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำความเข้าใจกับคน เสื้อแดง หรือผู้สูญเสียได้หรือไม่ เพราะการให้อภัยซึ่งกันและกัน จนถึงขั้นกำหนดเป็นกฎหมาย เท่ากับเป็นการนิรโทษกรรมให้ทั้งหมด รวมถึงฝ่ายที่กระทำให้เสื้อแดงเสียชีวิต นายปลอดประสพกล่าวว่า นั่นเป็นเรื่องในอนาคต แต่จากประวัติศาสตร์แนวทางการแก้ไขปัญหาก็ต้องออกมาในรูปแบบนี้ การให้อภัยซึ่งกันและกันก็ต้องเริ่มไปพร้อมกับการเยียวยาที่เหมาะสมด้วย

-"คณิต"รับผลสอบ 91 ศพล่าช้า


ที่ อาคารคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศเข้ามาร่วมให้ ความรู้และดำเนินการว่า จะใช้ต่างชาติเท่าที่จำเป็น เนื่องจากคนของเราก็มีความรู้ความสามารถเพียงพอ การทำงานฝ่ายต่างๆ ให้ความร่วมมือดี แต่หน่วยงานของรัฐให้ความร่วมมือล่าช้า ขอข้อมูลไปยังรัฐบาล แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลในขณะนี้ โดยเฉพาะกรณีการสลายการชุมนุมในวันที่ 19 พ.ค. รวมทั้งรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 91 ศพ ก็ยังไม่ได้รับข้อมูลทั้งหมด แต่พอเข้าใจได้ว่าความล่าช้านั้นเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ยิง บุคคลรายเดียว แต่มีบุคคลหลายฝ่าย

-สันติบาลจับตาชุมนุม 19 ก.ย.

วัน เดียวกัน กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และกก.สส.น.1 บช.น. รายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ ที่คาดว่าจะนัดชุมนุมกันในเดือน ก.ย.นี้ โดยในวันที่ 19 ก.ย. เวลา 17.00 น. เครือข่ายเฟซบุ๊กของกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง นำโดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบ.ก.ลายจุด นัดรวมตัวกันที่สี่แยกราชประสงค์ เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รัฐบาลปราบปรามผู้ชุมนุม โดยจะผูกผ้าสีแดงที่เสาของป้ายสี่แยกราชประสงค์ พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศ และทั่วโลกใส่เสื้อสีแดง ใช้ชื่องานว่า วาระ "4 ปีรัฐประหาร 4 เดือนราชประสงค์" อีกทั้งยังจัดแรลลี่กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ส่วนที่ จ.อุบลราชธานี จะมีขบวนแห่ทำบุญให้แก่ผู้เสียชีวิต และในวันที่ 17 ก.ย.กลุ่มเสื้อแดงจะไปวางดอกไม้หน้าเรือนจำที่คุมขังคนเสื้อแดงทั่วประเทศ

-แดงเชียงใหม่เดินสายปราศรัย

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า ในวันที่ 4 ก.ย. เวลา 18.00 น. กลุ่มศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ นำโดยนายศรีวรรณ จันทร์ผง, นางสุชีรา รักษาภักดี และนายหาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์ จะจัดกิจกรรมที่ที่ว่าการอำเภอสันกำแพงหลังเก่า อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ โดยมีนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ต่อมาวันที่ 6 ก.ย. เวลา 18.00 น.กลุ่มฮักฝางแม่อายไชยปราการ นำโดยนายสว่าง วงศ์วิลาศ จะจัดกิจกรรมที่สนามโรงเรียนบ้านแม่ฮ้าง ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

จาก นั้นวันที่ 7 ก.ย. เวลา 18.00 น. กลุ่มศูนย์ประสานงานกลาง นปช.เชียงใหม่ จะจัดเวทีปราศรัยที่บ้านแม่โจ้ ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 8 ก.ย. เวลา 18.00 น. จัดกิจกรรมที่โรงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ต.ดอยสะเก็ด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ถัดมาวันที่ 9 ก.ย. เวลา 18.00 น. กลุ่มศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ และกลุ่มสันป่าตองรักประชาธิปไตย จะจัดเวทีปราศรัยที่บริเวณตลาดธารเกษตร บ้านทุ่งฟ้าบด ต.ทุ่งฟ้าบด อ.สันป่า ตอง จ.เชียงใหม่ และวันที่ 11 ก.ย.เวลา 18.00 น. กลุ่มศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ และกลุ่มดอยสะเก็ด จะจัดเวทีปราศรัย ที่สนามกีฬา ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

รำลึกเสธ.แดง ศาลาแดง ทุกอาทิตย์ที่สองของเดือนเริ่ม 12 ก.ย 2553 เป็นต้นไป

by Goosehhardcore on 2010-09-03 - 08:28 pm



Source: Dangerthai | August 30, 2010

เข้าร่วมทำกิจกรรมรำลึกถึงเสธ.แดง ได้ทุกอาทิตย์ที่สองของเดือนเริ่ม 12 ก.ย 2553 เป็นต้นไป

แถลงการณ์สมัชชาใหญ่ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) 2553

by Goosehhardcore on 2010-09-03
ข้อมูลโดย: สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)
ที่มาข้อมูล: Siam Intelligence Unit

แถลงการณ์สมัชชาใหญ่ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) 2553
September 2, 2010

เป็นเวลากว่าสามเดือนแล้วที่รัฐบาลได้ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมเรียกร้องข้อเสนอที่เป็นประชาธิปไตยของประชาชนคนเสื้อแดง เป็นเวลากว่าสามเดือนแล้วที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกประหัตประหารด้วยกำลังจากน้ำมือของทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มาจากภาษีของพวกเขาเอง ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติยังคงไม่ได้รับความเป็นธรรม ยังคงไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ แม้แต่รัฐบาล ในฐานะที่ควรจะต้องรับผิดชอบมากที่สุด

เมื่อมีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากใจกลางกรุงเทพมหานครก็ตาม รัฐบาลไม่เพียงนิ่งเฉย หากแต่กลับป้ายความผิดให้กับผู้เสียชีวิตอย่างหน้าด้านๆ ให้พวกเขากลายเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นผู้สร้างความเดือดร้อนและ เป็นผู้ทำร้ายประเทศไทย ทั้งๆที่เศรษฐกิจที่ล้มเหลว การเมืองที่เป็นเผด็จการ การทุจริตฉ้อฉลในทุกวงการ ที่เป็นตัวการทำร้ายประเทศไทยอย่างแท้จริงและหนักหน่วงที่สุด ล้วนแต่เป็นฝีมือของรัฐบาลทั้งสิ้น อีกทั้งในเหตุการณ์เมษา-พฤษภาเลือดที่ผ่านมา หลักฐานมากมายระบุชัดว่า กองกำลังฝ่ายรัฐบาลคือผู้ยิงฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์มากกว่า 90 ชีวิต

ไม่เพียงเท่านั้นรัฐบาลยังคงใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการบิดเบือนข่าวสาร สร้างวาทกรรม ตีฝีปากเพื่อเอาภาพลักษณ์บดบังปัญหา ไม่ได้มีความจริงใจที่จะแก้ไขความขัดแย้งใดๆ หยิบยกเอาตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจปลอมๆที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงของชีวิตประชาชนตามท้องนาและท้องตลาดที่ลำบากยากแค้นแสนเข็ญ มากลบเกลื่อนปัญหาที่ต้องรับผิดชอบ ก็เหมือนใช้ใบบัวมาปิดซากศพของประชาชนเอาไว้ ตอนนี้ครอบครัวญาติพี่น้องของผู้สูญหายและเสียชีวิตยังคงร่ำไห้ได้แต่เก็บความเคียดแค้นไว้ในใจรอวันชำระ

และเป็นเวลาสามเดือนกว่า อีกเช่นกันที่ประชาธิปไตยในประเทศไทยดิ่งลงถึงจุดที่ต่ำที่สุดในนประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าตัวอย่างที่ชัดเจน ก็คือจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่มีจำนวนสูงเกินกว่าในการปราบปรามประชาชนของรัฐบาลเผด็จการในอดีตเสียอีก การเห็นต่างมีอานุภาพร้ายแรงจนสามารถสั่งเป็นสั่งตายคนได้ เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องจดจำไว้ว่าเรามีรัฐบาลเผด็จการทรราชย์ครองเมือง ที่ใช้อำนาจผ่านกฎหมายพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อทำร้ายประชาชนอย่างชอบธรรม

นั่นคือรัฐบาลภายใต้การนำของ(เซ็นเซอร์) ได้มองประชาชนผู้เรียกร้องการยุบสภา เป็นเพียงศัตรูที่จะต้องปราบปราม

แม้จะดูเหมือนว่ารัฐบาลได้พยายามแสดงความตั้งใจที่จะคลี่คลายปัญหา และเร่งสร้างภาวะปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นโดยตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ แต่สิ่งที่เรามองเห็นคือการโกหกปลิ้นปล้อน และการผลาญงบประมาณโดยใช่เหตุ เราจะปฏิรูปประเทศได้อย่างไร ในเมื่อญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับความเป็นธรรม และเสียงของพวกเขายังถูกทำให้แผ่วหายไปในสายลม

ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ พวกเรา ในนามของที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ จึงขอประกาศจุดยืนต่อจากนี้ที่ไม่ยอมอ่อนข้อต่อเผด็จการ และขอประณามการกระทำของรัฐบาลทรราชย์จอมสร้างภาพ ดังนี้:

1. พวกเราจะไม่ขอร่วมสังฆกรรมกับคณะกรรมการปฎิรูปฯ คนที่เป็นคู่กรณีย่อมไม่อาจเป็นตัวกลางผู้ไกล่เกลี่ยได้ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าคณะกรรมการปฏิรูปฯ ที่ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐบาล ผ่านการทาบทามนายประเวศ วะสี และนายอานันท์ ปันยารชุน นั้น เป็นเพียงคณะเล่นละครปาหี่ตบตาประชาชนเท่านั้น และถึงที่สุดคณะกรรมการที่ว่านี้ ก็ไม่ได้ประกอบขึ้นมาจากประชาชนทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง การปรองดองบนกองเลือดของผู้เสียชีวิตจะทำไม่ได้ การปรองดองบนความเกลียดชังย่อมไม่นำไปสู่สันติภาพ การที่รัฐบาลเข่นฆ่าประชาชนกลุ่มหนึ่ง แล้วยัดเยียดพวกเขาให้เป็นฝ่ายผิด จากนั้นก็มัดมือชกขอให้ลืมเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา ลืมความแค้น แล้วมาเริ่มต้นความสุขกันใหม่ ผู้ที่มีสามัญสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี ย่อมไม่อาจทำใจยอมรับได้

2. พวกเราขอประณามการใช้อำนาจเกินขอบเขตของรัฐบาล แม้ปากจะบอกให้ปรองดอง แต่รัฐก็ยังกุมอำนาจทุกอย่างไว้ในมือ กระทำการสองมาตรฐานได้อย่างหน้าไม่อาย ใช้กฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเสรีภาพของประชาชนอย่างไม่สะทกสะท้าน เพื่อสั่งปิดสื่อของฝ่ายตรงข้าม และให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในการตีความและจับกุมคนที่เห็นต่างได้อย่างเต็มที่ ทั้งกรณีของนักเรียนนักศึกษาจังหวัดเชียงรายที่ถูกจับเพราะมาชูป้าย “เราเห็นคนตายที่ราชประสงค์” กรณี บ.ก.ลายจุด ที่ถูกจับเนื่องจากมาผูกผ้าแดงที่แยกราชประสงค์ หรือคุณนที สรวารี ที่ถูกจับเพียงเพราะตะโกนคำว่า “ผมเห็นคนตายที่นี่” ไม่ใช่แต่เพียงเท่านี้ ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ถูกจับกุมด้วยเหตุผลอันไม่เป็นธรรม หากแต่ในขณะช่วงเวลาเดียวกันกับกรณีข้างต้น ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรมาปักหลักชุมนุมหน้าสำนักงานยูเนสโก (UNESCO) หรือพยายามจะบุกทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งก็ตาม รัฐบาลนี้กลับบอกว่าไม่ถือเป็นการสร้างความเดือดร้อน แม้จะอยู่ใต้การบังคับใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์เอง ก็ยังไปร่วมขึ้นเวทีทวงคืนเขาพระวิหารของกลุ่มพันธมิตรอีกด้วย

3. พวกเรายืนยันแนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรายังคงขอยึดแนวทางประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆเป็นที่ตั้ง เราจะเชิดชูการต่อสู้ของประชาชนผู้ถูกกดขี่เจตน์จำนงของประชาชนจะต้องได้รับการตอบสนอง เพราะประชาชนคือเจ้าของประเทศ ไม่ใช่แค่ฟันเฟืองตัวเล็กตัวน้อยที่ตรากตรำทำงานหนักแล้วยังต้องจ่ายภาษีไปให้กลุ่มอำมาตย์ และรัฐบาลสันดานโจรสูบกินเสวยสุขกันอย่างไร้ประโยชน์ เราจะขอต่อสู้เคียงข้างเจ้าของประเทศตัวจริง นั่นคือ ประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ จนกว่าความเท่าเทียมเสมอภาคจะมาถึง

4. พวกเรายืนยันว่าพลังนักศึกษาไม่ได้หายไปไหน ความอยุติธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนั้น นักศึกษาสัมผัสได้ เราเจ็บแค้น และเศร้าโศกเสียใจเช่นกัน แม้ว่าครั้งนี้พวกเราจะรู้ตัวช้า และปล่อยให้พ่อแม่พี่น้องต้องออกแรงก่อน แต่เมื่อพวกเราตื่นขึ้นแล้ว เราจะไม่หลับอีกต่อไป เราขอร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับพ่อแม่พี่น้อง เป็นกำลังใจ เป็นแนวร่วม เป็นความหวัง และเป็นเพื่อนร่วมรบกับปีศาจเผด็จการที่ชั่วร้ายในสมรภูมิแห่งนี้ที่ชื่อว่าประเทศไทยต่อไปจนได้รับชัยชนะ และท้ายที่สุดแม้ว่าพวกเราจะไม่ใช่ตัวแทนของนิสิตนักศึกษาทั้งประเทศ แต่พวกเราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำนั้น เป็นตัวแทนของความถูกต้อง

พวกเราเชื่อว่า หัวใจอันยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ของประชาชนผู้รักความเป็นธรรม จิตวิญญาณแห่งเสรีชนที่รักความก้าวหน้า และไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจบาตรใหญ่ใดๆ พวกเขาคือประชาชนผู้ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย และพวกเขาคือคนที่จะหลอมรวมกันเป็นพลังเพื่อจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้บังเกิดประโยชน์สุขต่อประชาชนอย่างแท้จริง

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทยไปสู่สังคมที่ยึดมั่นในหลักการแห่งเสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพในท้ายที่สุด

จงร่วมกันเร่งสภาวะประชาธิปไตยเสรีสมบูรณ์!

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

วันพฤหัสบดี, กันยายน 02, 2553

Thaksin meets Nelson Mandela

by Goosehhardcore on 2010-09-03 - 10:37 am
Ref: Asian correspondent



Emerging from weeks of silence, fugitive former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra has appeared in Africa, where he says he is dealing in diamonds and visiting Nobel Peace Prize laureate Nelson Mandela.

A photo of his meeting with the former South African president was released in Thailand by Thaksin's lawyer in an apparent move to quash rumors that the divisive ex-prime minister is ill — and to advertise that he's rubbing shoulders with VIPs abroad.

"I travel all the time. Currently, I'm in Africa for diamond mining," Thaksin told the Thai Rath newspaper in an interview published Thursday. He did not specify if he was still in South Africa. He said rumors of his failing health were "lies."

The Nelson Mandela Foundation in Johannesburg confirmed that the visit took place last Friday.

"It was not a meeting, it was a courtesy call," spokesman Sello Hatang said. He said he did not know what they discussed.

Thaksin was ousted in a military coup in 2006. He is widely accused of funding anti-government "Red Shirt" protests in April and May that occupied Bangkok's main retail district, forcing the closure of major shopping malls and hotels. The protesters were seeking to unseat the current government and possibly bring Thaksin back to power. Sporadic violence and a crackdown by the military left 91 people dead and 1,4000 wounded.

The tycoon-turned-politician remains popular among his rural poor power base but was convicted on conflict of interest charges in 2008 and fled the country. Thailand revoked his passports but Thaksin has acquired at least two new ones from Nicaragua and Montenegro.

He is believed to be living in Dubai. Thaksin has spent much of the past four years roaming the globe in search of business deals. He visited South Africa previously to inspect diamond mines and has traveled to Liberia, Uganda and Swaziland for investments in diamonds and gold. He has posted photos of meetings with leaders on trips to Sri Lanka, Papua New Guinea and the Maldives.

Normally active on Twitter, Thaksin's last posts came on July 25, the day before his 61st birthday, when he called for political reconciliation in Thailand. Since then he has kept a low profile.

In the interview with Thai Rath, he complained about a Supreme Court's ruling in February that approved the seizure of $1.4 billion of his assets over his abuse of power while in office.

"More than half of my assets have been robbed from me, so I have to earn them back again to look after my kids," he said of his three grown children.

In a list of Thailand's wealthiest people published this week, Forbes magazine said Thaksin now is the country's 23rd richest person with a net worth of $390 million.

สัมภาษณ์ EXCLUSIVE กับ อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร : "...ทรัพย์สินที่หามา ก็ถูกปล้นไปกว่าครึ่งหนึ่ง..."

by Goosehhardcore on 2010-09-03 - 09:13 am
ขอบคุณที่มาข้อมูล: ไทยรัฐออนไลน์
ข้อมูลโดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
2 กันยายน 2553, 07:35 น
3 กันยายน 2553, 05:00 น.



ทักษิณ สัมภาษณ์เปิดใจ

ภายหลังจากนายนพดล ปัทมะที่ปรึกษากฎหมายตระกูลชินวัตร นำรูปถ่ายล่าสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถ่ายรูปคู่กับ นายเนลสัน แมนเดลามาเปิดเผยกับสื่อมวลชนแต่กลับโดนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจจะเป็นรูปถ่ายที่ถูกปรับแต่งหรือไม่นั้น รวมทั้งกระแสข่าวเรื่องปัญหาสุขภาพ ล่าสุดไทยรัฐออนไลน์ ได้พยายามค้นหาคำตอบ จนสามารถติดต่อสัมภาษณ์ EXCLUSIVE กับ อดีตนายกรัฐมนตรีได้ เรามาลองฟังแบบคำต่อคำกันเลยดีกว่า

อยากขอเรียนถามถึงความคืบหน้า ว่า ขณะนี้ท่านอาศัยอยู่ในประเทศอะไร

ผม ... เดินทางตลอดเวลา ครับ ขณะนี้อยู่ที่ทวีปแอฟริกา มาทำเหมืองเพชร อยู่

ด้านกระแสข่าวเรื่องสุขภาพ ที่มีการพูดถึงในวงกว้างว่าอาจจะกำลังป่วยหนักอยู่

คนที่สร้างเรื่องก็โกหกมาตลอดอยู่แล้วนี่ครับ หากคนยังเชื่อการโกหกอยู่ คน ๆ นั้น ก็ควรพิจารณาตัวเองว่า ทำไมจึงยังเชื่อคนที่โกหกเราตลอดทั้ง ๆ ที่พิสูจน์แล้วว่ามันไม่จริงก็ยังเชื่ออยู่ ก็ต้องถามตัวเองแล้วว่า ตัวเองผิดปกติหรือเปล่า หรือชอบฟังนิยายโกหก คนเราใครจะพูดอะไรก็ได้ มันอยู่ที่คนฟัง พูดได้หมดครับ จะพูดไง จะโกหกยังไงก็ได้ แต่อยู่ที่คนฟัง คุณฟังเสียงผมแล้วคิดว่าผมป่วยไหม

ส่วนเรื่องที่หยุดการสนทนาผ่านทวิตเตอร์ ในระยะนี้ มีปัญหาติดขัดในเรื่องอะไรนั้น

ผม ก็อยากให้บ้านเมืองเกิดความปรองดอง ทุกคนก็ยังจะ .... จริง ๆ แล้ว หากไม่ใช่ไทยรัฐ ผมก็คงไม่พูดนะ

ด้านเหตุผลที่ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฮุนเซน

คือผม... รำคาญ ครับ เพราะมักจะมีการกล่าวหาผม อย่างโน้นอย่างนี้ อยู่บ่อย ๆ ผมก็เลยปรึกษาท่านฮุนเซน ว่า ผมออกดีกว่าไหม มันจะได้ขี้เกียจรำคาญ ผมจะได้สบาย ๆ อีกทั้งผมเอง ก็ไม่มีเวลาให้เค้าจริง ๆ ผมไม่มีเวลาเลย เหมือนไปเอาชื่อเป็นตำแหน่งเค้า แต่ว่าไม่มีเวลา เพราะว่าผมไม่ค่อยได้ไปกัมพูชา เพราะผมเดินทางมาทำเหมือง ทำอะไรเลยไม่มีเวลา ก็เลยลาออกดีกว่า

หากนายกรัฐมนตรีฮุนเซน เชิญให้กลับมาเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจอีกครั้งจะกลับมารับตำแหน่งหรือไม่

ไม่ครับ ... อย่าเลย ขอทำเรื่องของตัวเองมั่ง อายุก็เยอะแล้วไม่ค่อยมีเวลา ทำงานให้ตัวเองดีกว่า ทรัพย์สินหามา ก็ถูกปล้นไปเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ก็ต้องหาใหม่เพื่อสร้างหลักสร้างฐานให้ลูกต่อไป

ด้านการที่ นายกษิต ภิรมย์ เดินทางไปเจรจากับรัฐบาลมอนเตเนโกร ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความพยายามเจรจาเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดนและยกเลิกสัญชาติมอนเตเนโกร

ผมว่าคนคนนี้ เดินทางไปที่ไหนเค้าก็คงต้อนรับแต่เพียงในนาม เพราะพอคุยได้เพียงสองคำคนเค้าก็วิ่งหนีหมด และผมเองก็ไม่เคยคิดที่จะให้ความสำคัญกับคน ๆ นี้เลย

ด้านอนาคตทางการเมือง ยังปรารถนาที่จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่

ผมเป็นคนไม่มีอนาคตทางการเมือง อนาคตทางการเมืองของผม ผมขอเป็นคนของประชาชนต่อไปแค่นั้น ก็พอไม่มีอย่างอื่น

หากสามารถเดินทางกลับประเทศไทย ได้ จะเดินทางกลับมาเมื่อใด

ผมอยากกลับบ้านเกิด ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว แต่จริง ๆ แล้ว เฉย ๆ ครับ จะกลับก็ได้ ไม่กลับก็ได้ ขอให้บ้านเมืองมีความปรองดอง เลิกกลั่นแกล้งกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลั่นแกล้งกับคนที่ไม่มีกำลัง มันไม่ดีเลย เพราะมันจะสร้างความโกรธแค้นในใจให้เข้าไปลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผมอยากขอให้เลิกเห็นคนที่เค้าไม่มีกำลังเหมือนไม่ใช่คนไทยได้แล้ว อันนี้มันเป็นนิสัยเก่า ที่เคยไปใช้สมัยโบราณแล้ว มันไม่ดี ซึ่งเมื่อยามใดที่เผด็จการครอบงำประเทศก็มักจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นทุกครั้ง ซึ่งมันอันตรายต่อประเทศโดยรวม

ด้านเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในอินเทอร์เน็ตว่ารูปภาพล่าสุด ที่ถ่ายร่วมกับอดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา อาจเป็นภาพที่ถูกปรับแต่งขึ้น

ผมขอยืนยันว่า รูปดังกล่าวเป็นการถ่ายเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ส.ค.2553 เวลาประมาณ 14.00 น. ของทวีปแอฟาริกา โดย ผมถ่ายกับนายเนลสัน แมนเดลา ที่มูลนิธิของอดีตผู้นำแอฟริกาใต้ จากนั้น ในเวลาประมาณ 16.00 น. ไปถ่ายรูปกับ วินนี่ แมนเดลา ที่บ้านพักที่ใช้ในการต้อนรับนายเนลสัน หลังติดคุกอยู่นานถึง 27 ปี

จาก อัลบั้มไทยรัฐออนไลน์

เปิดใจทักษิณ คำต่อคำ ถึง4ปีหลังการปฏิวัติ19กันยายน

จาก 19 กันยายน 2549 ถึง19 กันยายน 2553 รวมระยะเวลาเกือบ 4 ปี ที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่รอนแรมอยู่ในต่างประเทศอันเป็นผลพวงมาจากการปฏิวัติ เรามาฟังคำต่อคำของอดีตนายกรัฐมนตรี ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันดีกว่า...

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดใจให้สัมภาษณ์พิเศษกับไทยรัฐออนไลน์ ตอบคำถามถึงพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยไทย หลังการปฏิวัติ 19 กันยายนที่ผ่านมาเกือบ4 ปีว่า

การเมืองไทย ยังคงวนเวียนอยู่กับระบบเผด็จการที่ฝังรากลึก จนยากเกินหยั่งถึงโดยตนเองเคยพูดไปหลายครั้งแล้วว่า เมื่อเผด็จการมายุ่งเกี่ยวกับระบบประชาธิปไตย แล้วโอกาสที่จะถอนตัวออกไปเป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ 4 ปี มาแล้วระบบเผด็จการ จึงยังคงอยู่คู่กับระบบประชาธิปไตยไทย ซ้ำร้ายนักการเมืองไทยบางจำพวก ยังดูถูกประชาชนด้วยการขายตัวให้กับเผด็จการ เพียงเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด และอยู่ในอำนาจต่อไป

รวมทั้งยังมีการทุจริตคอรัปชั่นอย่างมโหฬาร จนแทบจะกลายวัฒนธรรมของสังคมไทยในปัจจุบันไปแล้ว และที่มักจะดูถูกประชาชนว่าซื้อได้นั้น ในปัจจุบันก็เห็นกันแล้วว่านักการเมืองบางคนซื้อได้ง่ายเสียยิ่งกว่าอีก

ส่วนจะมีโอกาสที่ประเทศไทย จะสามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่ จากสภาวการณ์ในปัจจุบัน

ผมคิดว่ามีโอกาสแน่ แต่คงต้องใช้เวลานิดนึงในช่วงนี้ เพราะเนื่องจากว่า มีนักการเมืองได้ขายวิญญาณประชาธิปไตยไปให้กับเผด็จการและหวังจะที่ให้เผด็จการช่วยให้ตนเองสามารถมีอำนาจได้ต่อไปนาน ๆ ซึ่งอันนี้น่ากลัว

อย่างไรก็ดีสิ่งเหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อความร่วมมือกันสองฝ่ายคือประชาชน ต้องใช้พลังของตัวเองในการลงคะแนนเลือกตั้งให้เลือกประชาธิปไตยจริง และนักการเมืองจะต้องเลิกขายจิตวิญญาณของตัวเองและให้อยู่กับประชาชนอย่างแท้จริง

การเลือกตั้งหากเกิดขึ้นในปัจจุบัน จะใช่คำตอบของประชาธิปไตยไทยหลัง 19 ก.ย.หรือไม่

ผมคิดว่า แม้จะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด แต่มันก็เป็นการให้โอกาสประชาชนในการชี้ชะตาอนาคตของเค้า เท่าที่เค้าพึงจะสามารถกระทำได้ เพราะกติกาที่รองรับในปัจจุบันมันไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตย เพราะกติกา มันต้องแก้ไข แต่ทีนี้ต้องให้ประชาชนเริ่มต้นด้วยการเลือกตั้ง ให้พรรคการเมืองที่เน้นเรื่องของประชาธิปไตยมาแก้ไขกติกาใหม่ เพื่อในอนาคตระบบประชาธิปไตยไทยจะได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น เพราะวันนี้เปรียบไปก็เหมือนลิงไต่เสาน้ำมัน ตามความรู้สึกตอนที่เราเรียนคณิตศาสตร์ ไต่ขึ้นไป 3 รูดลงมา 2 มันยังเหลืออีก 1 แต่ในเที่ยวนี้ เราไต่ขึ้นไปถึง 5 ถึง 7 แล้ว แต่มันรูดลงที่ 8 หรือ 9 มันติดลบ

เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นอะไรที่จะต้องช่วยกันทั้งภาคประชาชนและนักการเมือง เพราะจะไปอาศัยคนอื่นก็คงจะไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อมวลชนซึ่งแต่เดิมเคยเรียกร้องประชาธิปไตยเคยพูดถึงเรื่องปิดหูปิดตาปิดปาก มาสมัยก่อน แต่วันนี้สื่อมวลชนหลายพวกเป็นสื่อมวลชนที่กระโดดเข้าหาผลประโยชน์มากกว่าอุดมการณ์ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย มาวันนี้ได้ทำประชาธิปไตยเพื่อตัวเองมากกว่าเพื่อสังคมไปเยอะ โดยแม้ส่วนใหญ่ยังดีอยู่แต่ที่เสียไปก็เสียไปเยอะมาก

มองว่านักการการเมืองไทยในระบบปัจจุบันพัฒนาขึ้นหรือเลวร้ายลงหลังการปฏิวัติ 19 กันยายนหรือไม่

ผมว่าไม่ดีขึ้น ไม่ดีขึ้นจริง เพราะส่วนหนึ่งได้ขายจิตวิญญาณไปให้ผลประโยชน์และอำนาจและก็มีความอยากเอาตัวรอด มากกว่าที่จะรักอุดมการณ์ ซึ่งเราต้องเรียกร้องว่า นักการเมืองควรจะเห็นแก่อุดมการณ์มากกว่าอำนาจ เพราะปัจจุบันแม้กระทั่งนักการเมืองฝ่ายค้านบางคนก็ยังขายจิตวิญญาณ หวังแต่งบประมาณ หวังอะไรต่ออะไรจนอันนี้เป็นเรื่องที่บางคนยอมหน้าด้านกับกติกา โดยไม่คำนึงถึงสังคมโดยไม่คำนึงถึงจะต้องกลับไปอายใคร เอาเงินไว้ก่อนอย่างนี้ก็มี

ขณะที่พรรคเพื่อไทย จะสามารถลงสู้ศึกเลือกตั้งที่อาจจะมาถึงในเร็วๆ นี้ ได้หรือไม่

ผมว่ามันไหวไม่ไหว มันไม่ได้อยู่ที่พรรคเพื่อไทย แต่มันอยู่ที่ประชาชนยังอยากจะสู้ต่อหรือเปล่า หรือยังอยากที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้ซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริงหรือไม่ ยังอยากจะได้พรรคการเมืองที่ทุ่มเทเพื่อประชาชนอยู่หรือเปล่า

มองว่าโอกาสที่พรรคเพื่อไทย จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง จะมีมากน้อยเพียงใด

ผมว่า หากเป็นในเร็วๆ นี้ ผมไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะกล้ายุบสภาหรือเปล่า เพราะเค้ารู้ดีว่ายุบก็แพ้ โดยตนเองมั่นใจว่าประชาชนยังอยากเห็นรัฐบาลที่ทำเพื่อประชาชน รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย ยังอยากเห็นกติกาที่เป็นประชาธิปไตย ยังไม่อยากเห็นนักการเมืองที่คอยที่จะไปซุกปีกทหารเพื่อจะให้ตัวเองอยู่หรือไปตั้งรัฐบาลผสมในค่ายทหาร เค้าคงไม่อยากเห็นแบบนั้น เรายังอยากให้การเมืองเป็นเรื่องของการเมือง

ขณะที่หากพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ยังเป็นห่วงเรื่องการปฏิวัติอยู่หรือไม่

ก็คง..ในเมื่อกติกาเป็นอย่างนี้ แล้วสังคมก็รู้แล้วว่าการกระทำที่ผ่านมาเป็นการกระทำสองมาตรฐานโดยไม่มียางอาย ถ้าจะทำอีกเราก็ต้องถือว่าประชาชนเค้าก็จะยืนยันของเค้าอีก จะทำอีกก็ไม่เป็นไรก็ให้ประชาชนยืนยันออกมาเรื่อย ๆ ผลสุดท้ายระบบความยุติธรรม ระบบขององค์กรอิสระก็จะเป็นปฏิปักษ์กับประชาชนเอง หากขืนยังทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะสำคัญระบบทุกอย่างต้องรองรับเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่ระบบเพื่อใบสั่ง

ส่วนหากพรรคเพื่อไทย ได้รับชัยชนะ จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหรือไม่

ผม.. ผมไม่ได้สนใจเรื่องเป็นนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่ ตราบใดที่ประเทศไทยมีความยุติธรรม ตราบใดประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ผมคิดว่าก็เป็นประเทศที่น่าอยู่ และผมเองก็เป็นคนที่รักชาติรักบ้านเมืองก็อยากกลับไปอยู่ แต่เมื่อกลับไปแล้วก็ไม่เห็นจำเป็นว่าจะต้องเป็นอะไรอีก อย่างไรก็ดีต้องยอมรับก่อนว่า วันนี้ผมเองเป็นหนี้บุญคุณประชาชนเยอะ ผมต้องคิดว่าจะทำอะไรจึงจะรับใช้เค้าได้ เพราะว่าเค้ามีน้ำใจต่อผม มันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก

เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องถือว่าผมเป็นหนี้บุญคุณเค้าเยอะ ก็แล้วแต่ว่า... มันคงให้เป็นเรื่องของประชาชนฝ่ายสนับสนุนที่จะทำให้ผมได้รับใช้ประชาชนหรือไม่ อันนี้มันก็เป็นเรื่องที่นอกเหนือจากอำนาจของประชาชน อันนี้ผมก็สุดแล้วแต่ คือ... ถามว่าผมอยากเป็นอะไรไหม เวลานี้ผมก็มีความสุขดี ไม่อยากเป็นอะไร ถ้าหากว่า เป็นสิ่งที่ผมต้องตอบแทนบุญคุณประชาชน หรือว่าได้รับอนุญาตให้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยหรือประชาชนผมก็ทำได้ แต่หากไม่จำเป็นก็ขออนุญาตอยู่อย่างนี้ดีกว่า


ส่วนจะมีข้อเสนอแนะอย่างไรเพื่อนำมาปรับปรุงให้กติกาของระบบประชาธิปไตย กลับมาสู่ความถูกต้อง

คือวันนี้ ต้องสร้างความปรองดองแห่งชาตินั่นแหล่ะคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และที่สำคัญวันนี้คนไทยต้องหันหน้าเข้าหากันและเลิกชี้นิ้วใส่กันและมองไปข้างหน้าด้วยกันดีกว่า เพราะถ้าหากเรายังชี้นิ้วใส่กันมันไม่จบหรอกและไม่มีใครยอมใคร มันต้องหันหน้าเข้าหากัน กอดคอกันไปข้างหน้าเพื่ออนาคตของประเทศไทยและลูกหลานเราดีกว่า แล้วก็ ... มาตกลงกันว่ากติกาอะไรที่มันจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

เพราะว่าคนที่อยู่ในวงการการเมือง ไม่มีใครอยู่จีรังยั่งยืนหรอก ไม่กี่วันก็ต้องล่วงลับลากันไป เปลี่ยนลูกเปลี่ยนหลานกันไปแต่กติกาที่มันจะต้องอยู่ถามว่า ทำไมฟุตบอลอังกฤษมันถึงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน ก็เพราะกติกามันไม่เปลี่ยนเค้ารักษากติกาที่เป็นกลาง กรรมการก็เป็นกลางเวลาแข่งคนดูก็ไม่ต้องตีกัน หากกรรมการไม่เป็นกลาง ก็เท่ากับยั่วยุให้คนดูมาตีกัน

ส่วนคณะกรรมการสมานฉันท์ที่รัฐบาลตั้งขึ้น จะนำไปสู่สิ่งที่พูดถึงข้างต้นได้หรือไม่

ผมว่าทุกอย่างมีความเป็นไปได้ อยู่ที่ว่าคนที่วันนี้อยากเห็นอย่างไร ถ้ายังมองว่าผมไม่จงรักภักดีอยู่มันก็เห็นไม่ได้ มันยาก แต่ถ้ามองว่าที่ผ่านมาผมทำงาน ผมไม่มีอะไรที่แสดงว่าไม่จงรักภักดีเลย มีแต่ใส่ความข้างเดียวและเสียเวลากับการกล่าวหาผมว่าไม่จงรักภักดี จนบ้านเมืองเละเทะหมดเนี่ย ถามว่ามันคุ้มไหม จับหนูตัวเดียวเผาบ้านทั้งหลังเนี่ย เวลานี้ หนูไม่อยู่ในบ้านแล้วยังไม่เลิกเผาบ้าน

หากมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดการเจรจากับบุคคลระดับสูงในรัฐบาลคิดว่าจะเจรจากับผู้ใดจึงจะสามารถคลี่คลายความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้

อึม...ผมพูดกับคนได้ทุกคนยกเว้น เสือ สิงห์ กระทิง แรด เพราะผมพูดภาษาเสือ สิงห์ กระทิง แรด ไม่เป็น พูดแต่ภาษามนุษย์ธรรมดา และผมเองก็ไม่ได้ต้องการอะไรเลย นอกจากเห็นบ้านเมืองมีสันติสุข และความปรองดอง

หากเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้เปิดเจรจาเอง จะมีความเป็นไปได้หรือไม่

ก็เรียนไง ผมคุยได้กับทุกคน ถ้าทุกคนคิดว่าผมเป็นคนไทย และเคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน เคยทำงานให้บ้านเมืองมา ก็ต้องย่อมมีความรักชาติ รักประชาชน และสถาบัน ซึ่งหากคิดมองผมในมุมนี้ คุยกับผมได้ทุกคน

มุมมองที่มีต่อบทบาทของทหารหลังเหตุการณ์ 19 กันยายนต่อการเมืองไทยในปัจจุบัน

(เซ็นเซอร์)

ทหารต้องเป็นทหารอาชีพ

มองว่าปัญหาการเมืองจะทำให้ประเทศชาติต้องสะดุดการพัฒนาไปอีกนานเพียงใด

ผมว่าวันนี้ เราต้องเลิกคิด ... วันนี้ หลายคนไม่ได้มองรอบตัวเอง เพราะมองแต่ตัวเองมากไป คืออย่าไปคิดว่าประเทศไทยเราจะอยู่คนเดียว วันนี้เราเชื่อมโยงกับโลกไปมาก หลายประเทศเค้าก็หวังจะติดต่อกับประเทศไทย เราต้องเลิกระแวงซึ่งกันและกันได้แล้ว เราต้องหันกลับไปดูกติกาที่มันเป็นธรรม กรรมการต้องถูกควบคุมด้วยระบบไม่ใช่ถูกสั่งด้วยคน

เปิดใจเบื้องหลังการถูกปฏิวัติ 19 ก.ย.

ในช่วงก่อนหน้าวันที่ 19 ก.ย. เคยทราบว่าก่อนหรือไม่ว่าทหารจะมีการปฏิวัติ ในช่วงเวลาดังกล่าว

ผม....ก็ทราบว่ามีความไม่พอใจ มีความพยายาม แต่ไม่ทราบละเอียดก่อนหน้านั้น เพราะว่าหน่วยข่าวกรองของผมมันแย่ ทำงานด้านการข่าวแย่มาก อีกทั้งผมอยู่เมืองนอกนานไปหน่อย เพราะหากผมอยู่ที่เมืองไทย ในช่วงนั้น ก็คงไม่มีการปฏิวัติ แต่ผมมั่นใจว่าการลอบฆ่า ผมก็ยังจะคงเกิดขึ้นต่อไป

ส่วนหากย้อนเวลาได้ จะแต่งตั้ง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. เป็น ผบ.ทบ หรือ แต่งตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นแม่ทัพภาค 1 หรือไม่

คือประเทศไทยนะครับ ผมเคยพูดตลอดเวลาว่า (เซ็นเซอร์)

ขณะที่ผิดหวังกับบทบาทของทั้งคู่หรือไม่ ภายหลังร่วมกันปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 ก.ย.

ผม .... มัน ...ผมเฉย ๆ ครับ เพราะว่ามนุษย์ เนี่ย ยากแท้หยั่งถึง เพราะแม้กระทั่งคนในพรรคของผมเอง บางคน ไม่มีอะไรเลย ผมให้โอกาสเค้าจนเติบโตขึ้นมา เค้ายังหักผมได้เลย บางทีคนเราบางทีก็มีสิทธิหลงได้ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา

ด้านรู้สึกผิดหวังกับบุคคลใดที่เคยทำงานอยู่ร่วมกัน แต่สุดท้ายแปรพักตร์ไปอยู่ฝ่ายตรงข้ามมากที่สุด หลัง 19 ก.ย. โดยเฉพาะในรายกรณีของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ในอดีตถือเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดมากคนหนึ่ง

ผม.. เฉย ๆ ครับ ไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไร ก็มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องของ ...แต่ละบุคคลทุกคนมีสิทธิเลือกครับ ทุกคนสามารถเลือกชีวิตของตัวเองได้ ไม่มีปัญหา ผมเองก็คงไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตใครได้ ใครอยากจะอยู่ก็อยู่ ใครอยากจะไปก็ไป แต่ที่แน่ ๆ ก็คือว่าวันนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรากำลังอาสาประชาชนมาทำงาน เราก็คิดว่าเราต้องให้ประชาชนทำให้บ้านเมือง แต่ว่าจะทำแบบไหน แล้วก็ทุกคนก็ต้องมีวัฒนธรรม อริยธรรม จริยธรรม ที่จะต้องคำนึงว่า จะทำอะไรแล้วจะเกิดความละอายหรือไม่ละอาย หิริโอตัปปะ ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน

จะร่วมงานกับ นายเนวิน ชิดชอบ อีกครั้งได้หรือไม่

ผม.... ไม่พูด ครับ เพราะผมไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้ว ตอนนี้ เพราะผมเป็นคนตกงาน กำลังหางานให้ตัวเองทำอยู่

เคยวิตกกังวลกับบุคคลฝ่ายตรงข้าม ที่สุดท้ายกลับมาร่วมกันต่อสู้ในนามกลุ่มเสื้อแดงว่าจะเป็นไส้ศึกทางการเมืองหรือไม่

อันนี้..ก็เป็นเรื่องของแกนนำเสื้อแดง ผมไม่รู้เค้า ผมไม่เคยไปยุ่งกับเค้าในเรื่องรายละเอียดใด ๆ เลย มีอะไรก็จะคุยกันเฉพาะอุดมการณ์ทางการเมืองมากกว่าในรายละเอียดไม่เคยไปยุ่งปล่อยเค้า...

สามารถรับฟังเสียงสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้ง 2 ตอนเต็มๆ ได้ที่ โทร *7172113 ค่าบริการนาทีละ 3 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) สำหรับลูกค้าเครือข่ายดีแทค